| 1. ถ้าเรียนจบแล้วสามารถเข้าร่วมโครงการ
Work/Travel in USA ได้หรือไม่ |
 |
ไม่ได้ เพราะโครงการ Work/Travel
in USA เป็นหนึ่งในโครงการแลกเปลี่ยนระดับอุดมศึกษา
จุดประสงค์ของโครงการคือเปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติทั่วโลกได้มีโอกาสเข้ามาท่องเที่ยวและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้วยการทำงาน
ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงปิดภาคเรียน ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นผู้ที่มีสถานภาพเป็นนักศึกษาเท่านั้นและต้องไม่ใช่นักศึกษาชั้นปีสุดท้าย
(ดูคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการให้หน้า Work & Travel
in USA)
|
| 2. นักศึกษาสามารถเข้าร่วมโครงการได้กี่เดือน |
| |
ตามกฎของโครงการ นักศึกษาต่างชาติทั่วโลกสามารถทำงานได้สูงสุดเป็นระยะเวลา 4 เดือน เมื่อสิ้นสุดการทำงานสามารถท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีก 30 วัน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับนักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ระยะเวลาการทำงานจะขึ้นอยู่กับการปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่แล้วนักศึกษาจะสามารถเข้าร่วมโครงการได้เป็นระยะเวลา 2 เดือนครึ่งถึง 3 เดือน สำหรับนักศึกษาไทยในระดับปริญญาโท การปิด-เปิดภาคเรียนจะยืดหยุ่นกว่า ดังนั้นนักศึกษาไทยในระดับปริญญาโทโดยส่วนใหญ่แล้วจะสามารถเข้าร่วมโครงการสูดสุดเป็นระยะเวลาถึง 4 เดือน
|
| 3. SEVIS
Fee คือ อะไร |
| |
SEVIS หรือชื่อเต็มคือ Student and Exchange Visitor
Information Systemคือค่าธรรมเนียม ที่นักศึกษาต่างชาติต้องจ่ายเพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าปกติ
ผู้ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมนี้จะเป็นเฉพาะผู้ที่เป็นนักศึกษาใหม่
/ นักศึกษาในโครงการแลกเปลี่ยนในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือผู้ที่เคยได้รับวีซ่านักเรียน
และกลับมาอยู่ในประเทศไทย นานเกินกว่า 5 เดือน และต้องการกลับเข้าไปเรียนหนังสือในสหรัฐอมริกาใหม่
สำหรับค่าธรรมเนียม SEVIS Fee ของนักศึกษาโครงการ Work/Travel
จำนวน USD 35.00 ถ้าเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาที่ต้องไปศึกษาต่อไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นระยะยาวต้องชำระเป็นจำนวน
USD 100.00 การจ่ายค่า Sevis Fee ทำได้ 2 ทาง คือ
- จ่ายผ่านเว็บไซต์
www.FMJfee.com โดยนักศึกษาต้องกรอกฟอร์ม I
901 และ ชำระเงินโดยหักจากบัตร Visa Master หรือ
American Express ส่ง FORM I 901 ที่ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์
www.FMJfee.com พร้อมทั้งซื้อดราฟท์ จำนวน
USD 100 สั่งจ่าย "The Department of Homeland
Security, Immigration and Customs Enforcement
"
- ที่อยู่ส่งด่วน
I 901 Student/Exchange Visitor Processing
Fee 1005 Convention Plaza, St. Louis, MO 63101
USA ที่อยู่ส่งไปรษณีย์ธรรมดา I-901 Student/Exchange
Visitor Processing Fee, PO Box 970020,
St. Louis, MO 63197-0020
สำหรับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ
ISTC Work/Travel ทุกท่าน ทางบริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบจัดการดำเนินการชำระค่า
SEVIS ให้นักศึกษาเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ
|
| 4. Additional
Costs คืออะไร |
| |
Additional Costs จำนวน 5,000. - บาท หมายถึง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าโครงการ
เช่น
- ค่า SEVIS Fee จำนวน USD 35.00
- ค่าจัดการปฐมนิเทศก่อนการเดินทาง (Pre-Departure
Orientation) ซึ่งรวมถึง ค่าเสื้อยืดโครงการ,
ค่าสถานที่ในการทำกิจกรรม, ค่าคู่มือรูปแบบซีดี
- ค่าดำเนินการขอวีซ่า
* Additional Costs เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นจริง
มิใช่ค่าธรรมเนียมกินเปล่า ทางบริษัทฯ ไม่ต้องการให้มีการเก็บเงินเพิ่มเติมภายหลังซึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คาดคิดไว้ล่วงหน้าหรือเกิดจากเจตนาที่ต้องการปกปิดเพื่อไม่ให้ผู้เข้าร่วมโครงการทราบถึงค่าใช้จ่ายที่แท้จริงทั้งหมด*
|
| 5. มีวีซ่าท่องเที่ยว
(B1/B2) อยู่แล้วจำเป็นต้องขอวีซ่าใหม่หรือไม่ |
| |
จำเป็นต้องขอใหม่คะ เพราะนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ Work/Travel in USA ต้องเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยประเภทวีซ่า J-1 หรือวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยนเท่านั้น
|
| 6. สามารถเลือกงานก่อนเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่
อย่างไร |
| |
สามารถเลือกได้แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของนักศึกษาด้วยเพราะบางสถานที่ทำงานหรือบางตำแหน่งงานต้องการนักศึกษาที่มีทักษะการพูดฟังภาษาอังกฤษดีถึงดีมาก หรือต้องการนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป นักศึกษาที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ISTC Work/Travel in USA ทุกท่าน จะได้รับแบบฟอร์มให้เลือกประเภทงานและเจ้าหน้าที่จะแจ้งรายละเอียดงานทั้งหมดให้นักศึกษาได้เลือกก่อนการสัมภาษณ์
|
| 7. จะมีเจ้าหน้าที่จากทางเมืองไทยไปส่งหรือไม่ |
| |
โดยปกติ ISTC จะมีนโยบายจัดเจ้าหน้าที่ (Chaperone) ไปส่งนักศึกษาในแต่ละสถานที่ทำงานทุกปี แต่มีข้อแม้ว่าจะจัดไปส่งให้ได้นั้นนักศึกษาจะต้องเดินทางเป็นกรุ๊ปและมีจำนวน 15 คนขึ้นไป สำหรับจุดประสงค์หลักของการให้เจ้าหน้าที่ไปส่งนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับนักศึกษาที่เดินทางเป็นกลุ่มใหญ่และเพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความสบายใจที่มีเจ้าหน้าที่คนไทยเดินทางไปด้วย แต่ทั้งนี้ หน้าที่ของ Chaperone จะต้องอยู่ในขอบเขตที่องค์กรอเมริกากำหนด (ให้ดูขอบเขตหน้าที่ของ Chaperoneในข้อมูลสำคัญสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการที่ www.istconline.com)
* หน้าที่ของ Chaperone จะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับหน้าที่ของไกด์จากบริษัทท่องเที่ยว*
|
| 8. จำเป็นต้องซื้อประกันสุขภาพก่อนเดินทางหรือไม่ |
| |
ไม่จำเป็น ค่าประกันสุขภาพได้รวมอยู่ในค่าธรรมเนียมโครงการแล้วและมีผลคุ้มครองตลอดระยะเวลาการเข้าร่วมโครงการ นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทุกท่านจะได้รับแจกคู่มือประกันสุขภาพในวันปฐมนิเทศและนักศึกษาควรศึกษาให้เข้าใจอย่างละเอียด
|
| 9. ทำไมต้องเตรียมเงินติดกระเป๋า
(Pocket Money) ไปด้วยในเมื่อเราจะไปทำงานและได้ค่าตอบแทนอยู่แล้ว |
| |
นักศึกษาควรมีเงินติดตัวขณะเดินทาง ประมาณ USD 500-700 เพื่อนำไปใช้ในช่วง2 สัปดาห์แรกระหว่างที่รอค่าจ้างงวดแรก นอกจากนั้น ก็เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ
|
| 10. จำเป็นต้องซื้อตั๋วเครื่องบินกับทาง
ISTC หรือไม่ |
| |
ISTC ต้องการให้ผู้เข้าร่วมโครงการทุกท่านทำการจองตั๋วเครื่องบินตามที่ ISTC กำหนดเท่านั้น เพราะจะทำให้การจัดขั้นตอนในการเดินทางง่ายขึ้นและยังสามารถดูแลผู้เข้าร่วมโครงการได้อย่างทั่วถึงทำให้การดำเนินการขั้นตอนต่อไปเป็นไปอย่างราบรื่น สำหรับขากลับผู้เข้าร่วมโครงการสามารถกำหนดได้เอง โดยต้องแจ้งล่วงหน้าตามระเบียบการจองตั๋วของสายการบิน สามารถดูขั้นตอนและระเบียบการจองตั๋วเครื่องบินได้ทางเวบไซต์ภายในเดือนมกราคม
*ยกเว้นกรณีที่ผู้ปกครองต้องการใช้สิทธิ์ในของพนักงานสายการบิน หรือสิทธ์ในการใช้การสะสมไมล์ในการซื้อตั๋วเครื่องบินให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ สามารถกระทำได้ โดยสอบถามวันที่เดินทางกับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อนัดพบกับกลุ่มเมื่อถึงประเทศสหรัฐอเมริกา*
|
| 11.
ที่พักเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้จัดหาที่พักให้ และค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร |
| |
โดยส่วนใหญ่นายจ้างหรือองค์กรแลกเปลี่ยนอเมริกาจะเป็นผู้จัดหาที่พักให้กับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ
แต่บางสถานที่ทำงานนายจ้างหรือองค์กรไม่ได้จัดหาให้แต่จะแจ้งให้นักศึกษาทราบก่อนที่จะทำการเลือกงานแล้วว่านักศึกษาต้องหาสถานที่พักเอง
อย่างไรก็ตามประเภทงานที่นักศึกษาต้องจัดหาที่พักเองจะมีเพียงส่วนน้อย
ในปีที่ผ่านมา ISTC จะช่วยจัดหาสถานที่พักให้กับนักศึกษาที่เลือกที่งานที่จัดหาสถานที่พักเอง
ลักษณะของที่พักโดยส่วนใหญ่จะเป็นอพาร์ตเมนท์หรือโรงแรม
ในบางสถานที่ทำงานเช่น National Park หรือ Amusement
Park จะมีที่พักสำหรับพนักงาน ค่าที่พักจะขึ้นอยู่กับสถานที่นั้นๆ
นักศึกษาจะทราบราคาค่าที่พักได้ใน Job Information
ค่าใช้จ่ายในแต่ละสถานที่พักจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสถานที่และค่าครองชีพของแต่ละรัฐ
การจ่ายค่าที่พักก็ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละสถานที่
อีกทั้งบางสถานที่ยังมีค่ามัดจำที่พักซึ่งเป็นการประกันความเสียหายในห้องพัก
ซึ่งจะมีการแจ้งให้ทราบใน Offer of Employment
|
| 12. ถ้าไม่ได้รับ Social Security Card ต้องทำอย่างไร |
| |
ถ้าผ่านมา 6 สัปดาห์หลังจากยื่นขอ Social Security
Card แล้วนักศึกษายังไม่ได้รับ นักศึกษาสามารถโทรศัพท์สอบถามไปที่สำนักงาน
Social Security Administration ที่หมายเลขโทรศัพท์
1-800-772-1213 ให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ Customer Service
ว่าได้รับเอกสารของท่านหรือไม่ ถ้าได้รับแล้วหมายเลข
Social Security Card คืออะไร ถ้านักศึกษามีคำถามนอกเหนือจากนี้และต้องการความช่วยเหลือสามารถโทรศัพท์แจ้งไปที่องค์กรของนักศึกษาที่อเมริกาได้
|
| 13. สามารถทำงาน
second job ได้หรือไม่ |
| |
นักศึกษาสามารถทำงานอื่นได้ตามที่นักศึกษาสามารถสมัครหางานได้
แต่นักศึกษาต้องคำนึงถึงงานแรกที่องค์กรจัดหาให้เป็นสำคัญ
นักศึกษาต้องไม่ให้งานอื่นมากระทบกับเวลาของงานแรกของนักศึกษา
นักศึกษาต้องให้ความสำคัญและมีความรับผิดชอบกับงานแรกที่ได้รับ
|
| 14. จะเดินทางไปทำงานได้อย่างไร |
| |
การเดินทางสามารถเดินทางสามารถเดินทางโดย รถโดยสาร
, จักรยาน เดิน หรือ ทางนายจ้างอาจมีรถรับส่ง
|
| 15. จะสามารถหาเงินกลับมาได้มากแค่ไหน |
| |
โครงการ Work/Travel in USA มีจุดประสงค์หลักสำคัญคือให้นักศึกษาต่างชาติทั่วโลกได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโดยการทำงานกับชาวอเมริกันและมีรายได้เพียงพอสำหรับค่าครองชีพระหว่างร่วมโครงการและมีเหลือเพื่อนำไปใช้ท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนสิ้นสุดโครงการ
ทางโครงการมิได้มีจุดประสงค์ให้นักศึกษาไปหาเงิน รายได้นอกเหนือจากนั้นถือเป็นผลพลอยได้ที่ได้รับจากโครงการ
|
| 16. จะต้องจ่ายภาษีหรือไม่และจะทำเรื่องขอคืนภาษีได้อย่างไร |
| |
นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทุกท่านจะต้องจ่ายภาษีให้กับรัฐบาลอเมริกัน
สำหรับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ Work/Travel in USA
ต้องจ่ายภาษีประเภท Federal Income Tax และ State Income
Tax ซึ่งนักศึกษาสามารถทำเรื่องขอคืนภาษีที่เสียไปได้
นายจ้างจะเป็นผู้หักภาษี ณ ที่จ่ายจากรายได้ของนักศึกษาทุก
ๆ ครั้งที่มีการจ่ายเงินค่าแรง แต่ถ้านักศึกษาไปทำงานพิเศษที่นอกเหนือจากงานหลัก
นักศึกษาต้องมีหน้าที่สอบถามนายจ้างนักศึกษาเองว่าจะทำการหักภาษีอย่างไรหรือนักศึกษาต้องกรอกฟอร์มใดหรือไม่
(ดูรายละเอียดการกรอกฟอร์มเรื่องภาษีได้จากคู่มือ Work/Travel
in USA) สำหรับ การขอคืนภาษี ( Tax Refund) สามารถทำได้ในปีต่อไปหลังจากที่นักศึกษาเสร็จสิ้นการเข้าร่วมโครงการ
นักศึกษาจะต้องเป็นผู้ดำเนินการขอคืนภาษีด้วยตนเอง
โดยสามารถทำด้วยตนเองหรือใช้บริการของบริษัทที่ให้บริการขอคืนภาษีของเอกชน
(Taxback) สามารถดำเนินการผ่านทางเวบไซต์ของ ISTC ได้ |