:: Information  ::  Member
username password  
Login : 
 
   
 
 
 
   
  ISTC ร่วมกับองค์กรในประเทศสหรัฐอเมริกา (Non Profit Organization) จัดโครงการ Work and Travel Program in USA
(โครงการแลกเปลี่ยนระดับอุดมศึกษา) โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการดังนี้

1. เป็นโครงการแลกเปลี่ยนสำหรับนักศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้วิถีการดำเนินชีวิต และวัฒนธรรม
    ของชาวอเมริกัน จากการร่วมงานกับเพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติเพื่อจะได้นำประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์
2. เป็นการสนับสนุนให้นักศึกษาใช้เวลาว่างในช่วงปิดภาคเรียนให้เกิดประโยชน์ พร้อมทั้งมีโอกาสฝึกทักษะด้านภาษาอังกฤษ

 
 
1. สัญชาติไทย
2. มีอายุระหว่าง 18 - 26 ปี
3. กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีในชั้นปีที่ 1 - 4 หรือ ในระดับปริญญาโท ชั้นปีที่ 1-2 ในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทยเท่านั้น
4. มีทักษะด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษดี
5. มีความเข้าใจวัตถุประสงค์ของโครงการฯ เป็นอย่างดี มีความพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อเรียนรู้วิถีการดำเนินชีวิตและวัฒนธรรมของชาวต่างชาติ
6. มีความพร้อมที่จะฝึกงานด้านการบริการมีความอดทนที่จะทำงานหนัก มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
 
1. ใบสมัคร ผู้สมัครต้องกรอกรายละเอียดลงในใบสมัครให้ครบถ้วนเป็นภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ด้วย
ปากกาหมึกดำหรือน้ำเงิน
2. รูปถ่าย ขนาด 2 x 2 นิ้ว พื้นหลังสีขาว เห็นใบหูทั้งสองข้าง ไม่ใส่เครื่องประดับ มีขนาดใบหน้า
ใหญ่กว่า 50 % จำนวน 2 รูป
3. สำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษาและสำเนาหนังสือเดินทาง (ถ้ามี)
4. ค่าสมัครสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ จำนวน 350 บาท (สามารถส่งเป็นธนาณัติสั่งจ่ายในนาม
International Study and Travel Center Co., Ltd. และส่งมาทางไปรษณีย์ หรือส่งใบสมัครและ
ชำระค่าสมัครสอบด้วยตัวเอง ได้ที่ไอ.เอส.ที.ซี ในเวลาทำการ วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 09.30 - 18.30 น.
และ วันเสาร์ เวลา 09.30 - 13.00 น.)
 
 
นักศึกษาจะได้มีโอกาสเรียนรวัฒนธรรมผ่านการฝึกงานในสถานที่ที่องค์กรจัดหาให้ เช่น National Park, Amusement Park, Fast Food, Zoo, Hotel หรือ Resort ผู้เข้าร่วมโครงการจะสามารถฝึกงานได้ในระยะเวลาตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไปแต่ไม่เกิน 16 สัปดาห์ (4 เดือน) เมื่อจบโครงการแล้วผู้เข้าร่วมโครงการสามารถท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เป็นระยะเวลา 30 วัน
 
 
1. ส่งใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการสมัคร
2. สอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษโดยองค์กรและนายจ้างจากประเทศสหรัฐอเมริกา (ประกาศผลการสอบภายใน 1 สัปดาห์)
3. ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการ พร้อมส่งประวัติพร้อมรูปถ่าย และชำระค่าเข้าร่วมโครงการเต็มจำนวน พร้อมเซ็นเอกสารยอมรับเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ (Terms and Conditions Forms)
4. ผู้เข้าร่วมโครงการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา
5. รอเอกสารสิทธิ์ในการยื่นวีซ่า(DS-2019) จากองค์กรเพื่อใช้ประกอบการยื่นวีซ่าประเภท J-1
6. ชำระค่าตั๋วเครื่องบินซึ่งสำรองผ่าน ไอ.เอส.ที.ซี
7. แจ้งกำหนดการเดินทางด้วยตนเองโดยผ่านเว็บไซต์ที่ไอ.เอส.ที.ซีกำหนด โดยต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนเดินทาง 3 สัปดาห์
8. ปฐมนิเทศ (Pre-departure Orientation)
9. ออกเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อเข้าร่วมโครงการ
 
1. ใบสมัครขององค์กรที่กรอกรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์และ เซ็น ชื่อครบทุกหน้า พร้อม ลายเซ็นยินยอมจากผู้ปกครองในกรณีที่ผู้เข้าร่วมโครงการมีอายุต่ำกว่า 21 ปีบริบูรณ์
2. แบบฟอร์มหนังสือรับรองจากอาจารย์จำนวน 2 ท่าน (ต้องใช้แบบฟอร์มขององค์กรต่างประเทศเท่านั้นโดยสามารถขอรับได้ที่ ไอ เอส ที ซี)
3. หนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักศึกษา ฉบับภาษาอังกฤษ จำนวน 1 ฉบับ (มีอายุไม่เกิน 60 วัน)
 
1. หนังสือเดินทางตัวจริง ควรมีอายุใช้ได้อย่างน้อยหกเดือนหลังจากวันที่ยื่นขอวีซ่า
2. รูปถ่ายขาว-ดำหรือรูปถ่ายสีโดยมีฉากด้านหลังของรูปถ่ายเป็นสีอ่อน 2 รูป โดยรูปถ่ายต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน
3. หนังสือรับรองสถานภาพการเป็นนักศึกษาตัวจริง 1 ฉบับ
4. ใบรายงานผลการเรียน (Transcript) ตัวจริง 1 ฉบับ
5. หนังสือรับรองการทำงานของผู้ออกค่าใช้จ่าย หรือ ถ้าประกอบธุรกิจส่วนตัวสามารถยื่นทะเบียนการค้า / หนังสือจดทะเบียนรับรองบริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วน
6. หนังสือรับรองสถานภาพทางการเงินตัวจริงโดยต้องขอจากธนาคารที่ผู้ออกค่าใช้จ่ายมีบัญชีอยู่ พร้อมทั้งสำเนาสมุดบัญชีที่มีตราประทับของธนาคารรับรองทุกหน้าหรือสมุดบัญชีตัวจริง หรือถ้าเป็นบัญชีกระแสรายวัน ให้ใช้ Bank statement ย้อนหลัง 6 เดือนตัวจริงได้
 
 
ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ 48,000 บาท ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังนี้
ค่าสมัครเข้าร่วมโครงการ US$ 350 (Non-refundable ไม่สามารถเรียกคืนได้ทุกกรณี)
ค่าจัดหาสถานที่ฝึกงาน (Placement Fee)
ค่าดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ในการยื่นวีซ่า (DS-2019 Form)
ค่าประกันสุขภาพและอุบัติเหตุในวงเงินสูงสุด US$ 50,000 โดยระยะเวลาไม่เกิน 18 สัปดาห์
ค่าดำเนินการจัดการปฐมนิเทศก่อนการเริ่มฝึกงาน ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา
คู่มือสำหรับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการพร้อม ID Card
ให้คำแนะนำในการทำ Social Security Card
เจ้าหน้าที่องค์กรต่างประเทศบริการให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

ให้คำแนะนำและช่วยเหลือในการเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าประเภท J-1
จัดการปฐมนิเทศก่อนการเดินทาง (Pre-departure Orientation)
SEVIS Fee (ค่าบำรุงรักษาระบบฐานการจัดการฐานข้อมูลนักเรียนต่างชาติหรือนักเรียนแลกเปลี่ยน
ระหว่างอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นค่าใช่จ่ายนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมวีซ่า)
ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่าประเภท J-1 US$ 100

ค่าธรรมเนียม Web PIN ในการขอนัดวันสัมภาษณ์วีซ่าผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต
ค่าซองไปรษณีย์ และค่าจัดส่งหนังสือเดินทางจากสถานทูตสหรัฐอเมริกา
อัตรานี้ไม่รวม
ค่าจัดทำหนังสือเดินทาง (Passport)
ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ประเทศสหรัฐอเมริกาและภาษีสนามบิน
ค่าเดินทางจากสนามบินไปสถานที่ทำงาน หรือค่าที่พักก่อนการเดินทางไปยังสถานที่ทำงาน หรือค่าเดินทาง
ระหว่างที่พักไปสถานที่ทำงาน
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าอาหาร และค่าที่พักตลอดระยะเวลาเข้าร่วมโครงการ
 
 
1. เดือนเมษายนของทุกปี สำหรับนักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยหลักสูตรปกติ
2. เดือนมิถุนายนของทุกปี สำหรับนักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยหลักสูตรนานาชาติ
3. เดือนพฤศจิกายนของทุกปี
 
 
เงื่อนไขการยกเลิกและนโยบายการคืนเงิน
จำนวนเงินที่ได้คืน
ค่าสมัครสอบวัดระดับความสามารถภาษาอังกฤษและสัมภาษณ์เบื้องต้น
ไม่สามารถเรียกคืนได้ทุกกรณี
ในกรณีที่ยกเลิกโครงการ ก่อน การทำ Application Online ขององค์กร ไม่ว่ากรณีใด ๆ
US$ 850
ในกรณีที่ยกเลิกโครงการ หลัง การทำ Application Online ขององค์กร ไม่เกิน 48 ชั่วโมง
และต้องเป็นกรณีที่องค์กรยังไม่ได้จัดทำ DS-2019 Form แล้วเท่านั้น
US$ 750
ในกรณีที่ยกเลิกโครงการ หลัง การทำ Application Online ขององค์กร เกิน 48 ชั่วโมง
แต่องค์กรยังไม่ได้จัดทำ DS-2019 Form
US$ 650
ในกรณีที่ยกเลิกโครงการ หลัง การทำ Application Online ขององค์กร เกิน 48 ชั่วโมง
และองค์กรยังได้จัดทำ DS-2019 Form แล้ว
ไม่สามารถเรียกคืนได้ทุกกรณ
ในกรณีที่ไม่ได้รับการอนุมัติวีซ่า จากสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย
US$ 650
ค่าธรรมเนียมในการขอยื่นวีซ่าประเภท J-1
ไม่สามารถเรียกคืนได้ทุกกรณี
ค่า Web PIN และค่าซองสำหรับจัดส่งหนังสือเดินทาง
ไม่สามารถเรียกคืนได้ทุกกรณี
ยกเลิกหลังจากเดินทางออกจากประเทศไทย
ไม่สามารถเรียกคืนได้ทุกกรณี
และต้องเดินทางกลับประเทศไทย
ทันที ไม่สามารถนำ DS-2019 และ
วีซ่าของโครงการไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

*** DS-2019 เป็น เอกสารสิทธิ์ในการยื่นวีซ่าประเภท J-1 เท่านั้น
*** โครงการ Work and Travel เป็นโครงการแลกเปลี่ยนระดับอุดมศึกษา ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลอเมริกัน ผู้เข้าร่วมโครงการ ต้องมีสถานภาพเป็นนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาเท่านั้น มิได้เป็นโครงการจัดหางานแต่อย่างใด

 
 
Amusement Park Jules & Beck Combined Shows, GA
Atlantic City Atlantic Pier Amusement, NJ
Big Kahuna's Water and Adventure Park, FL
Images Everywhere-Austell, GA
Images Everywhere-Denver, CO
Images Everywhere-San Antonio, TX
Images Everyhwere-Vallejo, CA
Jester Scales, NJ
Shawn Sons INc., MD
Six Gun City and Fort Splash Water Park, NH
Southland Entertainment LLC (Visionland), AL
Super Splash LP, TX
Trimper Rides Ocean City, MD
Water Mania, FL
Waterville USA, AL
Fast Food / Restaurant Applebee's, NH
Angelo Steak Pit Restaurant, FL
Boston Concessions Group, Inc., MA
Carmen's Lobster Pool Inc., NJ
Colley McCoy McDonald's-Hampton Beach, NH/MI
Dairy Queen, NH/WY
Fram Donuts DBA Dunkin Donuts, NH
Glen View Club, IL
Grandma's Saloon Grill, MN
McDonald's NY/NJ/PA
Merlino's Restaurant, NH
Registry Resort, FL
The Red Fox Pub and Restaurant, NH
Type A Foods, ME
White Castle, NY
General: Food Stores/Retails
Shop/Department Stores/
Pool Services Company
A and P Food Stores, NJ
Global VR, CA
Graves' Supermarkets, ME
Jazzie Pools, VA
Los Angeles Philharmonic Association, CA
Maclac Enterprises, Inc., RI
7-Eleven, VA
Shaw's Supermarket, NH
Walmart, NC
Hotel/Resort Balance Rock Inn, ME
Baltimore Marriott Inner Harbor, MD
Barrier Island, NC
BV Camping Park LLC, NJ
Chula Vista, WI
Double Tree, VA
Eagle Mountain House, NH
Gaido's Seaside Inn, TX
Hannagan Meadow Lodge, AZ
Kennebunkport Inn, ME
Lovetts Inn, NH
McKinley Greekside Cabins, AK
Moody Gardens Hotel, TX
Nor'wester Lodge, MN
Requette Lake Navigation, NY
Resort at Glacier St. Mary Lodge, MT
River Bay Camping Resort, WI
Rustic Lodge, UT
San Luis Spa, Resort and Conference Center, TX
Southern Amenity, Inc., FL
Squam Lakeside Farm, Inc., NH
Storybook Resort Inn Inc., NH
Summit Lake Lodge, AK
Summit Station Lodge, MT
White Mountain Hotel & Resort, NH
Yogi Bear's Jellystone Park-IN, IN
National Park Bryce Canyon Lodge, UT
Denali National Park, AK
Grand Canyon National Park, AZ
Yosemite National Park, CA
Zion National Park, UT
 
 
 
1. ถ้าเรียนจบแล้วสามารถเข้าร่วมโครงการ Work/Travel in USA ได้หรือไม่

ไม่ได้ เพราะโครงการ Work/Travel in USA เป็นหนึ่งในโครงการแลกเปลี่ยนระดับอุดมศึกษา จุดประสงค์ของโครงการคือเปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติทั่วโลกได้มีโอกาสเข้ามาท่องเที่ยวและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้วยการทำงาน ณ ประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงปิดภาคเรียน ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นผู้ที่มีสถานภาพเป็นนักศึกษาเท่านั้นและต้องไม่ใช่นักศึกษาชั้นปีสุดท้าย (ดูคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการให้หน้า Work & Travel in USA)

 

2. นักศึกษาสามารถเข้าร่วมโครงการได้กี่เดือน
 

ตามกฎของโครงการ นักศึกษาต่างชาติทั่วโลกสามารถทำงานได้สูงสุดเป็นระยะเวลา 4 เดือน เมื่อสิ้นสุดการทำงานสามารถท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีก 30 วัน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับนักศึกษาไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ระยะเวลาการทำงานจะขึ้นอยู่กับการปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่แล้วนักศึกษาจะสามารถเข้าร่วมโครงการได้เป็นระยะเวลา 2 เดือนครึ่งถึง 3 เดือน สำหรับนักศึกษาไทยในระดับปริญญาโท การปิด-เปิดภาคเรียนจะยืดหยุ่นกว่า ดังนั้นนักศึกษาไทยในระดับปริญญาโทโดยส่วนใหญ่แล้วจะสามารถเข้าร่วมโครงการสูดสุดเป็นระยะเวลาถึง 4 เดือน

 

3. SEVIS Fee คือ อะไร
 

SEVIS หรือชื่อเต็มคือ Student and Exchange Visitor Information Systemคือค่าธรรมเนียม ที่นักศึกษาต่างชาติต้องจ่ายเพิ่มเติมจากค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าปกติ ผู้ที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมนี้จะเป็นเฉพาะผู้ที่เป็นนักศึกษาใหม่ / นักศึกษาในโครงการแลกเปลี่ยนในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือผู้ที่เคยได้รับวีซ่านักเรียน และกลับมาอยู่ในประเทศไทย นานเกินกว่า 5 เดือน และต้องการกลับเข้าไปเรียนหนังสือในสหรัฐอมริกาใหม่ สำหรับค่าธรรมเนียม SEVIS Fee ของนักศึกษาโครงการ Work/Travel จำนวน USD 35.00 ถ้าเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาที่ต้องไปศึกษาต่อไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นระยะยาวต้องชำระเป็นจำนวน USD 100.00 การจ่ายค่า Sevis Fee ทำได้ 2 ทาง คือ

  1. จ่ายผ่านเว็บไซต์ www.FMJfee.com โดยนักศึกษาต้องกรอกฟอร์ม I – 901 และ ชำระเงินโดยหักจากบัตร Visa Master หรือ American Express ส่ง FORM I – 901 ที่ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ www.FMJfee.com พร้อมทั้งซื้อดราฟท์ จำนวน USD 100 สั่งจ่าย "The Department of Homeland Security, Immigration and Customs Enforcement "
  2. ที่อยู่ส่งด่วน I – 901 Student/Exchange Visitor Processing Fee 1005 Convention Plaza, St. Louis, MO 63101 USA ที่อยู่ส่งไปรษณีย์ธรรมดา I-901 Student/Exchange Visitor Processing Fee, PO Box 970020, St. Louis, MO 63197-0020

สำหรับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ ISTC Work/Travel ทุกท่าน ทางบริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบจัดการดำเนินการชำระค่า SEVIS ให้นักศึกษาเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ

 

4. Additional Costs คืออะไร
 

Additional Costs จำนวน 5,000. - บาท หมายถึง ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าโครงการ เช่น

  1. ค่า SEVIS Fee จำนวน USD 35.00
  2. ค่าจัดการปฐมนิเทศก่อนการเดินทาง (Pre-Departure Orientation) ซึ่งรวมถึง ค่าเสื้อยืดโครงการ, ค่าสถานที่ในการทำกิจกรรม, ค่าคู่มือรูปแบบซีดี
  3. ค่าดำเนินการขอวีซ่า

* Additional Costs เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นจริง มิใช่ค่าธรรมเนียมกินเปล่า ทางบริษัทฯ ไม่ต้องการให้มีการเก็บเงินเพิ่มเติมภายหลังซึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้คาดคิดไว้ล่วงหน้าหรือเกิดจากเจตนาที่ต้องการปกปิดเพื่อไม่ให้ผู้เข้าร่วมโครงการทราบถึงค่าใช้จ่ายที่แท้จริงทั้งหมด*

 

5. มีวีซ่าท่องเที่ยว (B1/B2) อยู่แล้วจำเป็นต้องขอวีซ่าใหม่หรือไม่
 

จำเป็นต้องขอใหม่คะ เพราะนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ Work/Travel in USA ต้องเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยประเภทวีซ่า J-1 หรือวีซ่านักเรียนแลกเปลี่ยนเท่านั้น

 

6. สามารถเลือกงานก่อนเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่ อย่างไร
 

สามารถเลือกได้แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของนักศึกษาด้วยเพราะบางสถานที่ทำงานหรือบางตำแหน่งงานต้องการนักศึกษาที่มีทักษะการพูดฟังภาษาอังกฤษดีถึงดีมาก หรือต้องการนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป นักศึกษาที่สมัครเข้าร่วมโครงการ ISTC Work/Travel in USA ทุกท่าน จะได้รับแบบฟอร์มให้เลือกประเภทงานและเจ้าหน้าที่จะแจ้งรายละเอียดงานทั้งหมดให้นักศึกษาได้เลือกก่อนการสัมภาษณ์

 

7. จะมีเจ้าหน้าที่จากทางเมืองไทยไปส่งหรือไม่
 

โดยปกติ ISTC จะมีนโยบายจัดเจ้าหน้าที่ (Chaperone) ไปส่งนักศึกษาในแต่ละสถานที่ทำงานทุกปี แต่มีข้อแม้ว่าจะจัดไปส่งให้ได้นั้นนักศึกษาจะต้องเดินทางเป็นกรุ๊ปและมีจำนวน 15 คนขึ้นไป สำหรับจุดประสงค์หลักของการให้เจ้าหน้าที่ไปส่งนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับนักศึกษาที่เดินทางเป็นกลุ่มใหญ่และเพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความสบายใจที่มีเจ้าหน้าที่คนไทยเดินทางไปด้วย แต่ทั้งนี้ หน้าที่ของ Chaperone จะต้องอยู่ในขอบเขตที่องค์กรอเมริกากำหนด (ให้ดูขอบเขตหน้าที่ของ Chaperoneในข้อมูลสำคัญสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการที่ www.istconline.com)
* หน้าที่ของ Chaperone จะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับหน้าที่ของไกด์จากบริษัทท่องเที่ยว*

 

8. จำเป็นต้องซื้อประกันสุขภาพก่อนเดินทางหรือไม่
 

ไม่จำเป็น ค่าประกันสุขภาพได้รวมอยู่ในค่าธรรมเนียมโครงการแล้วและมีผลคุ้มครองตลอดระยะเวลาการเข้าร่วมโครงการ นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทุกท่านจะได้รับแจกคู่มือประกันสุขภาพในวันปฐมนิเทศและนักศึกษาควรศึกษาให้เข้าใจอย่างละเอียด

 

9. ทำไมต้องเตรียมเงินติดกระเป๋า (Pocket Money) ไปด้วยในเมื่อเราจะไปทำงานและได้ค่าตอบแทนอยู่แล้ว
 

นักศึกษาควรมีเงินติดตัวขณะเดินทาง ประมาณ USD 500-700 เพื่อนำไปใช้ในช่วง2 สัปดาห์แรกระหว่างที่รอค่าจ้างงวดแรก นอกจากนั้น ก็เป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ

 

10. จำเป็นต้องซื้อตั๋วเครื่องบินกับทาง ISTC หรือไม่
 

ISTC ต้องการให้ผู้เข้าร่วมโครงการทุกท่านทำการจองตั๋วเครื่องบินตามที่ ISTC กำหนดเท่านั้น เพราะจะทำให้การจัดขั้นตอนในการเดินทางง่ายขึ้นและยังสามารถดูแลผู้เข้าร่วมโครงการได้อย่างทั่วถึงทำให้การดำเนินการขั้นตอนต่อไปเป็นไปอย่างราบรื่น สำหรับขากลับผู้เข้าร่วมโครงการสามารถกำหนดได้เอง โดยต้องแจ้งล่วงหน้าตามระเบียบการจองตั๋วของสายการบิน สามารถดูขั้นตอนและระเบียบการจองตั๋วเครื่องบินได้ทางเวบไซต์ภายในเดือนมกราคม
*ยกเว้นกรณีที่ผู้ปกครองต้องการใช้สิทธิ์ในของพนักงานสายการบิน หรือสิทธ์ในการใช้การสะสมไมล์ในการซื้อตั๋วเครื่องบินให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ สามารถกระทำได้ โดยสอบถามวันที่เดินทางกับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อนัดพบกับกลุ่มเมื่อถึงประเทศสหรัฐอเมริกา*

 

11. ที่พักเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้จัดหาที่พักให้ และค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร
 

โดยส่วนใหญ่นายจ้างหรือองค์กรแลกเปลี่ยนอเมริกาจะเป็นผู้จัดหาที่พักให้กับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ แต่บางสถานที่ทำงานนายจ้างหรือองค์กรไม่ได้จัดหาให้แต่จะแจ้งให้นักศึกษาทราบก่อนที่จะทำการเลือกงานแล้วว่านักศึกษาต้องหาสถานที่พักเอง อย่างไรก็ตามประเภทงานที่นักศึกษาต้องจัดหาที่พักเองจะมีเพียงส่วนน้อย ในปีที่ผ่านมา ISTC จะช่วยจัดหาสถานที่พักให้กับนักศึกษาที่เลือกที่งานที่จัดหาสถานที่พักเอง ลักษณะของที่พักโดยส่วนใหญ่จะเป็นอพาร์ตเมนท์หรือโรงแรม ในบางสถานที่ทำงานเช่น National Park หรือ Amusement Park จะมีที่พักสำหรับพนักงาน ค่าที่พักจะขึ้นอยู่กับสถานที่นั้นๆ นักศึกษาจะทราบราคาค่าที่พักได้ใน Job Information ค่าใช้จ่ายในแต่ละสถานที่พักจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสถานที่และค่าครองชีพของแต่ละรัฐ การจ่ายค่าที่พักก็ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละสถานที่ อีกทั้งบางสถานที่ยังมีค่ามัดจำที่พักซึ่งเป็นการประกันความเสียหายในห้องพัก ซึ่งจะมีการแจ้งให้ทราบใน Offer of Employment

 

12. ถ้าไม่ได้รับ Social Security Card ต้องทำอย่างไร
 

ถ้าผ่านมา 6 สัปดาห์หลังจากยื่นขอ Social Security Card แล้วนักศึกษายังไม่ได้รับ นักศึกษาสามารถโทรศัพท์สอบถามไปที่สำนักงาน Social Security Administration ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1-800-772-1213 ให้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ Customer Service ว่าได้รับเอกสารของท่านหรือไม่ ถ้าได้รับแล้วหมายเลข Social Security Card คืออะไร ถ้านักศึกษามีคำถามนอกเหนือจากนี้และต้องการความช่วยเหลือสามารถโทรศัพท์แจ้งไปที่องค์กรของนักศึกษาที่อเมริกาได้

 

13. สามารถทำงาน second job ได้หรือไม่
 

นักศึกษาสามารถทำงานอื่นได้ตามที่นักศึกษาสามารถสมัครหางานได้ แต่นักศึกษาต้องคำนึงถึงงานแรกที่องค์กรจัดหาให้เป็นสำคัญ นักศึกษาต้องไม่ให้งานอื่นมากระทบกับเวลาของงานแรกของนักศึกษา นักศึกษาต้องให้ความสำคัญและมีความรับผิดชอบกับงานแรกที่ได้รับ

 

14. จะเดินทางไปทำงานได้อย่างไร
 

การเดินทางสามารถเดินทางสามารถเดินทางโดย รถโดยสาร , จักรยาน เดิน หรือ ทางนายจ้างอาจมีรถรับส่ง

 

15. จะสามารถหาเงินกลับมาได้มากแค่ไหน
 

โครงการ Work/Travel in USA มีจุดประสงค์หลักสำคัญคือให้นักศึกษาต่างชาติทั่วโลกได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโดยการทำงานกับชาวอเมริกันและมีรายได้เพียงพอสำหรับค่าครองชีพระหว่างร่วมโครงการและมีเหลือเพื่อนำไปใช้ท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนสิ้นสุดโครงการ ทางโครงการมิได้มีจุดประสงค์ให้นักศึกษาไปหาเงิน รายได้นอกเหนือจากนั้นถือเป็นผลพลอยได้ที่ได้รับจากโครงการ

 

16. จะต้องจ่ายภาษีหรือไม่และจะทำเรื่องขอคืนภาษีได้อย่างไร
  นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทุกท่านจะต้องจ่ายภาษีให้กับรัฐบาลอเมริกัน สำหรับนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ Work/Travel in USA ต้องจ่ายภาษีประเภท Federal Income Tax และ State Income Tax ซึ่งนักศึกษาสามารถทำเรื่องขอคืนภาษีที่เสียไปได้ นายจ้างจะเป็นผู้หักภาษี ณ ที่จ่ายจากรายได้ของนักศึกษาทุก ๆ ครั้งที่มีการจ่ายเงินค่าแรง แต่ถ้านักศึกษาไปทำงานพิเศษที่นอกเหนือจากงานหลัก นักศึกษาต้องมีหน้าที่สอบถามนายจ้างนักศึกษาเองว่าจะทำการหักภาษีอย่างไรหรือนักศึกษาต้องกรอกฟอร์มใดหรือไม่ (ดูรายละเอียดการกรอกฟอร์มเรื่องภาษีได้จากคู่มือ Work/Travel in USA) สำหรับ การขอคืนภาษี ( Tax Refund) สามารถทำได้ในปีต่อไปหลังจากที่นักศึกษาเสร็จสิ้นการเข้าร่วมโครงการ นักศึกษาจะต้องเป็นผู้ดำเนินการขอคืนภาษีด้วยตนเอง โดยสามารถทำด้วยตนเองหรือใช้บริการของบริษัทที่ให้บริการขอคืนภาษีของเอกชน (Taxback) สามารถดำเนินการผ่านทางเวบไซต์ของ ISTC ได้