:: Information  ::  Member
username password  
Login : 
 
   
 
 
 
Question : จะสมัครเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยต้องใช้ผลสอบภาษาอังกฤษแบบไหน TOEFL หรือ IELTS ?
Answer : ผู้ต้องการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของแคนาดา จะต้องใช้ผลสอบ TOEFL โดยได้คะแนน 550 ขึ้นไป และ IELTS 6.0
Question : มหาวิทยาลัยในแคนาดาส่วนใหญ่จะเริ่มเรียนในช่วงไหน และแบ่งเป็นกี่เทอม ถ้าจะสมัครเรียนควรจะเริ่มสมัครเมื่อไหร่ ?
Answer : ปีการศึกษาของมหาวิทยาลัยในประเทศแคนาดาส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 2 เทอม คือ เทอมแรก (Fall Semester) เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนธันวาคม และเทอมที่สอง จากเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน แต่มีบางหลักสูตรที่เปิดให้ลงเรียนในช่วงเดือนพฤษภาคม (Spring) และ สิงหาคม (Summer) วันสิ้นสุดการรับใบสมัคร ( Application Deadline)ควรทำก่อนเปิดเรียนประมาณ 6 เดือน ถึง 9 เดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละมหาวิทยาลัย ดังนั้นควรจะตรวจสอบจากปฏิทินของสถาบันเพื่อความแน่นอน
Question : ประเทศแคนาดามีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยหรือไม่ และมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ได้รับการรับรองจาก ก.พ. หรือไม่ ?
Answer : ประเทศแคนาดาไม่มีการจัดอันดับของมหาวิทยาลัย เพราะทุกมหาวิทยาลัยเป็นของรัฐบาล ดังนั้นมาตรฐานการศึกษาของทุกสถาบันจึงเท่าเทียมกันทุกที่ สำนักงานก.พ. รับรองปริญญาบัตรจากทุกมหาวิทยาลัยของบางรัฐในแคนาดา
   
   
 
 
Question : ค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยในอังกฤษ โดยเฉลี่ยตกปีละเท่าไร ?
Answer : สาขาวิชาสังคมศาสตร์ ปีละประมาณ 300,000-350,000 บาท
สาขาวิชาบริหารธุรกิจ ปีละประมาณ 350,000-450,000 บาท
สาขาวิทยาศาสตร์ ปีละประมาณ 400,000-450,000 บาท
สาขาวิชาแพทย์ศาสตร์ ปีละประมาณ 700,000-800,000 บาท
Question : วุฒิ ม.6 เทียบเท่าวุฒิใดของประเทศอังกฤษ?
Answer : GCSE หรือ O Level เดิม
Question : นักศึกษาสามารถเรียนและทำงานไปพร้อมกันได้หรือไม่?
Answer : นักเรียนนักศึกษาในหลักสูตรเต็มเวลาจะสามารถทำงานได้ไม่เกิน 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีการรณรงค์ไม่แนะนำให้ทำงานในขณะเรียน
Question : ถ้าจะไปเรียนที่อังกฤษ พื้นฐานความรู้ภาษาอังกฤษควรจะอยู่ในระดับใด?
Answer : นักเรียนควรจะมีคะแนนสอบ IELTS (International English Language Testing Systems) ในระดับ 6.5 ขึ้นไป
   
   
 
 
Question : อยากทราบว่ามีมหาวิทยาลัยกี่แห่งที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และใช้ภาษาอะไรในการสอน?
Answer : มหาวิทยาลัยหรือสถาบันเทคโนโลยีเป็นของรัฐบาลทั้งหมด มี 10 แห่ง โดยแบ่งเป็นสถานศึกษาที่อยู่ในเขตพูดเยอรมัน 5 แห่ง และอยู่ในเขตพูดภาษาฝรั่งเศส 5 แห่ง ในเขตพูดภาษาอิตาเลียนไม่มีมหาวิทยาลัยหรือสถาบันเทคโนโลยีตั้งอยู่ สถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตพูดภาษาใดก็จะใช้ภาษานั้นเป็นภาษาในการเรียนการสอนยกเว้นมหาวิทยาลัย Fribourg จะใช้ทั้งภาษาเยอรมันและภาษาฝรั่งเศส
Question :การทำวีซ่านักเรียนยุ่งยากหรือไม่?
Answer :การทำวีซ่านักเรียนสำหรับประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั้นผู้อนุมัติวีซ่ามิใช่กงสุลสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย แต่เป็นหน่วยงานตำรวจในเมืองที่สถานศึกษานั้นๆ ตั้งอยู่ โดยสถานศึกษาที่นักเรียนสมัครจะดำเนินเรื่องให้ ขั้นตอนการอนุมัติวีซ่าจากตำรวจจนถึงสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ในประเทศไทยต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ ดังนั้นนักเรียนที่จะเดินทางไปเรียนที่สวิตเซอร์แลนด์ต้องสมัครเรียนล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน
Question : นักเรียนไทยที่จบ ม.6 สามารถศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่สวิตเซอร์แลนด์ได้ทันทีหรือไม่?
Answer : หากสถานศึกษายอมรับการเทียบคุณวุฒิ ม.6 ให้เท่ากับ Leaving Certificate ประกอบกับผลการเรียน ม.6 และผลการสอบภาษาอยู่ในระดับเป็นที่น่าพอใจ สถานศึกษาก็จะตอบรับให้นักเรียนเข้าศึกษาได้โดยไม่ต้องผ่านการสอบเข้า
   
   
 
 
Question : ถ้าได้เกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 2.5 จะสามารถสมัครเรียนต่อระดับปริญญาโทที่อเมริกาได้หรือไม่?
Answer : โดยทั่วไปแล้วกฎเกณฑ์การรับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียนจะต้องการเกรดเฉลี่ยอย่างน้อย 2.7
สำหรับนักศึกษาที่ได้ต่ำกว่า 2.5 แล้วต้องการสมัครเรียนต่อ นักศึกษาควรจะมีจุดเด่นในด้านอื่นด้วย เช่นได้คะแนน Admission Test (TOEFL, GMAT หรือ GRE) ค่อนข้างสูงและถ้ามีโอกาสที่ได้ Interview กับ Professor ของคณะในมหาวิทยาลัยที่ต้องการเรียนโอกาสที่ทางมหาวิทยาลัยจะตอบรับ ถึงแม้ว่าเกรดเฉลี่ยจะต่ำกว่าที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนดก็มีเช่นกัน
Question : Question : ถ้าต้องการเรียน MBA จำเป็นต้องมีประสบการณ์ทำงานหรือไม่?
Answer : การเรียนต่อในระดับ MBA ที่อเมริกา โดยปรกติแล้วเกือบทุกมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะ
นี้ต้องการให้นักศึกษามีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อน แต่ก็มีบางมหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษาที่มีคุณสมบัติครบตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดเข้าศึกษาต่อได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การทำงาน
Question : ต้องใช้เวลาเรียนภาษาอังกฤษนานแค่ไหนถึงจะสามารถเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยได้?
Answer : ขึ้นอยู่กับพื้นฐานความรู้ภาษาอังกฤษของแต่ละบุคคล ถ้าคนไหนมีพื้นฐานภาษาอังกฤษ
ค่อนข้างดีอยู่แล้ว อาจจะสามารถสอบ TOEFL ได้ตามกำหนดที่มหาวิทยาลัยต้องการได้ภายในระยะเวลา 3-6 เดือน แต่อย่างไรก็ตามการที่มหาวิทยาลัยจะตอบรับนั้นต้องขึ้นกับปัจจัยอื่นด้วย เช่น ผลการเรียนที่ผ่านมา และคะแนนของ Admission Test ที่มหาวิทยาลัยนั้นๆ ต้องการนอกเหนือจากคะแนน TOEFL
Question : ผลคะแนนของ TOEFL, GMAT, GRE หรือ SAT สามารถใช้สำเนาในการสมัครได้หรือไม่?
Answer : ทางมหาวิทยาลัยต้องการต้นฉบับจริงและต้องเป็นการส่งจากศูนย์สอบ ETS (Education Testing Service) เท่านั้น
   
   
 
 
Question : หลักสูตร Foundation Studies คืออะไร?
Answer : เป็นหลักสูตรเตรียมความพร้อมในการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาในออสเตรเลียให้กับนักเรียนต่างชาติ ใช้เวลาเรียน 1 ปี เนื้อหาของหลักสูตรมาจากYear 11และ Year 12 บวกวิชาพื้นฐานในสาขาที่นักเรียนจะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี
Question : Undergraduate และ Postgraduate แตกต่างกันอย่างไร?
Answer : Undergraduate เป็นหลักสูตรในระดับปริญญาตรี Postgraduate เป็นหลักสูตรที่สูงกว่าระดับปริญญาตรี เช่น อนุปริญญาโท ปริญญาโท และปริญญาเอก
Question : ถ้าสอบเทียบ ม.6 จากเมืองไทยสามารถไปเรียนต่อระดับปีพื้นฐานได้หรือไม่?
Answer : ไม่ได้เพราะการสอบเทียบในเมืองไทยยังไม่เป็นที่ยอมรับ แต่นักศึกษาสามารถแก้ไขโดยการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ในเมืองไทยแล้วนำผลปี 1 ไปสมัครเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีโดยไม่ต้องเรียนปีพื้นฐาน
Question :ถ้าจบปริญญาตรีสาขาอื่น ซึ่งไม่เกี่ยวกับด้านธุรกิจหรือบริการ สามารถสมัครเรียน MBA ได้หรือไม่?
Answer : ได้ แต่จะต้องมีประสบการณ์อย่างน้อย 2 ปีและไม่จำเป็นต้องเป็นประสบการณ์ทางด้านธุรกิจก็ได้ ผลภาษาอังกฤษ IELTS ควรจะได้ 6.5 ขึ้นไป
   
   
 
 
Question :นักเรียนไทยที่ต้องการไปเรียนระดับอุดมศึกษาที่ประเทศเยอรมัน ต้องมีความรู้ภาษาเยอรมันถึงระดับไหนถึงจะสามารถสมัครเข้าเรียนได้?
Answer : ต้องมีความรู้ภาษาเยอรมันที่เทียบเท่าได้เท่ากับระดับกลาง 2 (Mittlestuffe II) ของ Goethe Institutes จึงจะถือว่าเพียงพอสำหรับใช้ในการเข้าศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาระดับต่างๆ ของเยอรมันต่อไป
Question : นักเรียนไทยที่จบมัธยมปลายที่ประเทศไทยสามารถเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่เยอรมันได้ทันทีเลยหรือไม่?
Answer : นักเรียนไทยที่จบ ม.6 ถึงแม้จะมีพื้นความรู้ภาษาเยอรมันดีแล้ว ก็จะยังไม่สามารถเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของเยอรมันโดยตรงได้ เนื่องจากประกาศนียบัตรการศึกษาระดับมัธยมศึกษาของไทย ยังไม่ได้รับการรับรองว่าเทียบเท่าประกาศนียบัตรการศึกษาระดับ Abitur ของเยอรมัน ฉะนั้นนักเรียนจึงต้องผ่านการสอบ German University Entrance Examination เสียก่อน การเตรียมตัวเพื่อการสอบนี้จะมีสอนในสถาบันการศึกษาพิเศษ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อนักเรียนต่างชาติสำหรับการเข้าสอบดังกล่าว โดยเฉพาะ สถาบันนี้เรียกว่า “Studienkolleg”
นักเรียนไทยที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทที่ประเทศสามารถเข้าศึกษาต่อระดับ ปริญญาเอกที่เยอรมันได้หรือไม่?
Answer : ได้ หากมีความรู้ภาษาเยอรมันในระดับที่จะเข้าศึกษาต่อได้และมีพื้นความรู้เทียบได้เท่ากับการศึกษาระดับ Diplom ของเยอรมัน รวมทั้งมี Professor รับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วก็สามารถสมัครเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอกได้
   
   
 
 
Question : การเตรียมตัวก่อนไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยฝรั่งเศสควรทำอย่างไร ขั้นตอนการสมัครเรียนใช้เวลานานหรือไม่ และจำเป็นต้องมีความรู้ภาษาฝรั่งเศสก่อนหรือไม่ ?
Answer : ไม่จำเป็นจะต้องมีความรู้ภาษาฝรั่งเศสมาก่อนก็ได้ มหาวิทยาลัยจะพิจารณาจากความรู้พื้นฐานในสายวิชาการ หรือสายวิชาชีพอย่างใดอย่างหนึ่ง สำหรับการสมัครเรียน ควรสมัครเรียนภาษาฝรั่งเศสเป็นระยะเวลาอย่างต่ำ 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อเพิ่มสร้างทักษะในด้านภาษาให้อยู่ในระดับที่สามารถสื่อสารกับเพื่อนและอาจารย์ได้ และหลังจากที่ส่งใบสมัครเรียนตามกำหนดของมหาวิทยาลัย นักศึกษาจะถูกนัดสัมภาษณ์โดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัย เพื่อทดสอบความสามารถและความรู้เกี่ยวกับสาขาที่ต้องการศึกษาต่อ ทัศนะคติและจุดประสงค์ในการเข้าศึกษาต่อ รวมทั้งการใช้ภาษาในการสื่อสาร และอาจารย์จะเป็นผู้พิจารณาในการรับเข้าศึกษาต่อ ี
Question :หลักสูตรใดที่คนไทยนิยมไปศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศส และจะเลือกศึกษาต่อในสาขาใดได้บ้าง ?
Answer : คนไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อหลายปีที่แล้ว จะรู้จักประเทศฝรั่งเศสว่ามีชื่อเสียงและเป็นผู้นำด้านแฟชั่น เมืองน้ำหอม ด้านอาหารและโภชนาการ และงานศิลปะ แต่ปัจจุบันฝรั่งเศสมีการพัฒนาในด้านความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทศโนโลยีชั้นสูง เช่น การเปิดให้บริการรถด่วนบนพื้นดิน TGV การค้นพบไวรัสโรคเอดส์ ซึ่งนอกจากวิชาด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ก็ยังมีวิชาด้าน กฎหมาย รัฐศาสตร์ ภาษาและวรรณคดีภาษาศาสตร์ นักเรียนไทยสามารถเลือกเรียนสถาปัตยกรรมศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจ
Question : ควรมีงบประมาณเท่าไรในการไปศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศส ?
Answer : รัฐบาลฝรั่งเศสจะเป็นผู้ตั้งค่าเล่าเรียนให้ใช้เป็นมาตรฐาน โดยมีงบประมาณจากรัฐบาลสนับสนุนอีกต่างหาก โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายในการเรียนในมหาวิทยาลัยต่อคน เฉลี่ยต่อปีเป็นเงิน 47,200 ฟรังก์ฝรั่งเศส บางสาขาในระดับปริญญาโท อาจมีค่าใช้จ่ายต่อคน ต่อปี สูงถึง 90,000 ฟรังก์ฝรั่งเศส เช่น ด้านวิศวกรรมศาสตร์ แต่นักศึกษาทั้งชาวฝรั่งเศสและต่างชาติจะเสียค่าลงทะเบียนคนละประมาณ 1,500 ฟรังก์ฝรั่งเศส ที่เหลือจะเป็นเงินสนับสนุนที่ทางรัฐบาลจัดให้ต่อนักศึกษาหนึ่งคน จึงถือได้ว่านักศึกษาต่างชาติที่เรียนในฝรั่งเศสเป็นนักเรียนทุนทั้งสิ้น
Question :หลักเกณฑ์ในการเลือกสถาบันการศึกษา ควรพิจารณาอย่างไร ่?
Answer : ระดับปริญญาตรี ทุกมหาวิทยาลัยมีเปิดสอนเกือบทุกคณะสาขา วิชา หลักสูตรไม่แตกต่างกันมากนัก จึงแนะนำให้ดูในเรื่องของสถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัย
ระดับปริญญาโท นักศึกษาจะต้องรู้ว่าความต้องการของตัวเองเสียก่อน ว่าอยากเรียนวิชาเฉพาะด้านสาขาใด หัวข้อที่ต้องการจะศึกษา เช่น เน้นด้านกฎหมายแรงงาน กฎหมายธุรกิจ เป็นต้น ระดับปริญญาเอก แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีความโดดเด่นของสาขาวิชาที่ทำการค้นคว้าวิจัยต่างกัน จึงจำเป็นต้องหาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนจะสมัคร